ชื่อหนังสือ: สะพรึง (Terror)
ผู้เขียน: Ferdinand von Schirach
ผู้แปล: ศศิภา พฤกษฎาจันทร์
สำนักพิมพ์: Illuminations Edition
หนังสือ สะพรึง (Terror) ของ Ferdinand von Schirach เป็นนวนิยายเชิงบทละครที่จำลองสถานการณ์สมมติของการพิจารณาคดีนายทหารอากาศผู้ตัดสินใจยิงเครื่องบินโดยสารซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายยึด เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินลำดังกล่าวพุ่งชนสนามฟุตบอลที่มีผู้ชมจำนวนมาก การตัดสินใจดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดบนเครื่อง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาคดีในศาล ซึ่งมิได้มุ่งเพียงการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากแต่เป็นการพิจารณาความชอบธรรมของการใช้อำนาจรัฐในสถานการณ์วิกฤต
ประเด็นแกนกลางของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่คำถามว่า เราสามารถฆ่าคนที่บริสุทธิ์บางคน เพื่อรักษาชีวิตของคนบริสุทธิ์อีกจำนวนมากได้หรือไม่ คำถามดังกล่าวมิใช่เพียงปัญหาทางศีลธรรมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบาย หากแต่เป็น ภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ หรือ constitutional dilemma กล่าวคือ เป็นสถานการณ์ที่หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญซึ่งต่างก็มีสถานะสูงสุดและต่างก็มีความชอบธรรมในตัวเอง ต้องปะทะกันโดยไม่อาจประนีประนอมได้ ด้านหนึ่งคือหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก แต่อีกด้านหนึ่งคือหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการห้ามปฏิบัติต่อบุคคลในฐานะเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมายของรัฐ ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาในทิศทางใด ย่อมหมายถึงการละเมิดหลักการรัฐธรรมนูญอีกด้านหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความน่าสนใจของ สะพรึง อยู่ที่การทำให้ภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกระบวนการพิจารณาคดีในศาล ตัวบทไม่ได้พยายามเสนอคำตอบสำเร็จรูปหรือชี้นำว่าทางเลือกใด “ถูกต้อง” มากกว่า หากแต่บังคับให้ผู้อ่านเผชิญกับความจริงที่ไม่สบายใจว่า ในบางสถานการณ์ รัฐธรรมนูญไม่อาจให้คำตอบที่สอดคล้องกันได้ทั้งหมด และการตัดสินใจของรัฐย่อมต้องแลกมาด้วยการทำให้หลักการพื้นฐานบางประการบาดเจ็บอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จุดเด่นของบทละครเรื่องนี้คือการปะทะกันของตรรกะและเหตุผลทั้งในเชิงเทคนิคทางกฎหมายและเชิงปรัชญา ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านบทบาทของอัยการ ทนายฝ่ายจำเลย และตัวจำเลยเอง การโต้แย้งของอัยการและฝ่ายจำเลยในบทละครจึงมิใช่เพียงการถกเถียงข้อเท็จจริงหรือความเหมาะสมของการกระทำ หากแต่สะท้อนการเลือกยืนอยู่บนหลักการรัฐธรรมนูญคนละด้าน ฝ่ายหนึ่งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิตในเชิงปริมาณ ขณะที่อีกฝ่ายยืนหยัดว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นคุณค่าที่ไม่อาจถูกชั่งน้ำหนักหรือยกเว้นได้ แม้ในภาวะฉุกเฉิน การปะทะกันเช่นนี้ทำให้เห็นว่าภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ มิใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเทคนิคทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่แตะถึงแก่นของความหมายของรัฐธรรมนูญและอำนาจรัฐโดยตรง
ในมิติที่ลึกยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า “ความเป็นมนุษย์แท้จริงอยู่ที่ตรงไหน” และใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินคุณค่าดังกล่าว คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกสมัยใหม่ที่รัฐมักอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ภัยก่อการร้าย หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อขยายขอบเขตอำนาจของตน สะพรึง จึงสะท้อนให้เห็นว่า ภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ มิได้เป็นเพียงสถานการณ์เฉพาะหน้า หากแต่เป็นจุดเปราะบางที่รัฐสมัยใหม่ต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อหลักสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงถูกทำให้ต้องเลือกข้าง
เมื่อพิจารณาหนังสือเล่มนี้ในบริบทของประเทศไทย ปัญหาภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ ยิ่งชวนให้สะท้อนกลับมาที่การรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในรัฐธรรมนูญไทย แม้หลักการดังกล่าวจะถูกบัญญัติไว้ในระดับสูงสุด แต่คำถามคือ สังคมไทยเคยตั้งคำถามต่อรัฐอย่างจริงจังเพียงใด เมื่อรัฐใช้อำนาจในสถานการณ์ที่อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในกรณีการบังคับสูญหายหรือการใช้กำลังของรัฐต่อประชาชน รัฐให้ความหมายและให้คุณค่าต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในทางปฏิบัติอย่างไร และหลักการนี้ยังคงเป็นหลักที่ “ไม่อาจยกเว้นได้” อยู่จริงหรือไม่
โดยสรุป สะพรึง (Terror) เป็นหนังสือที่ทำให้เห็นว่า ปัญหาบางอย่างในรัฐสมัยใหม่ไม่ใช่ปัญหาที่มีคำตอบถูกหรือผิดอย่างชัดเจน หากแต่เป็นภาวะชะงักงันทางหลักการรัฐธรรมนูญ ที่บังคับให้สังคมต้องเลือกว่าจะยืนอยู่บนหลักการใด และยอมรับการสูญเสียคุณค่าใดเป็นต้นทุน คุณงามความดีของหนังสือเล่มนี้จึงมิได้อยู่ที่บทสรุปของคดี หากแต่อยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ถกเถียงอย่างจริงจังต่อขอบเขตของอำนาจรัฐ บทบาทของรัฐธรรมนูญ และความหมายของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งยังคงเป็นคำถามที่สังคมไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน
