เศรษฐศาสตร์​พฤติกรรม ฉบับเข้าใจง่ายที่สุดในโลก!

ชื่อหนังสือ: เศรษฐศาสตร์​พฤติกรรม ฉบับเข้าใจง่ายที่สุดในโลก! (Amazing Decisions)

ผู้เขียน: Dan Ariely

ผู้แปล: พรเลิศ อิฐฐ์

ภาพประกอบ: Matt R. Trower

สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์วีเลิร์น

หนังสือ Amazing Decisions ของ Dan Ariely เป็นงานที่ตั้งใจ “ลดกำแพง” ของเศรษฐศาสตร์ลงอย่างชัดเจน ด้วยการเลือกเล่าแนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมผ่านรูปแบบการ์ตูน แทนที่จะใช้กราฟ สมการ หรือภาษาวิชาการแบบตำรา จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนเชิงเทคนิค หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้ผู้อ่านเห็นว่า เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการตัดสินใจนั้นจริง ๆ แล้วใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง

แก่นสำคัญของหนังสือคือการอธิบายว่ามนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลสมบูรณ์แบบตามสมมติฐานเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก หากแต่ถูกกำกับโดย “บรรทัดฐาน” ที่แตกต่างกันสองประเภท ได้แก่ บรรทัดฐานทางตลาด และบรรทัดฐานทางสังคม Ariely ใช้ตัวอย่างจากงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจำนวนมากมาอธิบายว่า บรรทัดฐานทั้งสองแบบนี้ให้ผลต่อพฤติกรรมและแรงจูงใจของมนุษย์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้ในทุกสถานการณ์ การตัดสินใจของคนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์เชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ผูกพันอยู่กับความรู้สึก ความคาดหวัง และบริบททางสังคมที่รายล้อมอยู่ด้วย

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ วิธีที่ผู้เขียนทำให้แนวคิดเชิงทฤษฎีเหล่านี้ “มองเห็นได้” ผ่านสถานการณ์สมมติและเหตุการณ์ใกล้ตัว เช่น การให้ความช่วยเหลือ การทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือการเปลี่ยนแรงจูงใจจากความรู้สึกทางสังคมไปเป็นการแลกเปลี่ยนแบบตลาด ซึ่งมักส่งผลให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปในทิศทางที่คาดไม่ถึง หนังสือจึงทำหน้าที่เหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นความไม่สมเหตุสมผลของการตัดสินใจมนุษย์ โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวโทษหรือสั่งสอนผู้อ่านตรง ๆ

ในมุมมองของผู้อ่านที่มีพื้นฐานทางกฎหมาย หนังสือเล่มนี้เปิดพื้นที่ให้ตั้งคำถามต่อการออกแบบกฎหมายและสัญญาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการนำบรรทัดฐานทางสังคมมาใช้ในระบบกฎหมาย แม้ว่าข้อกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษรจะมีความจำเป็น แต่หากรายละเอียดของกฎหมายถูกออกแบบให้ละเอียดและตายตัวเกินไป จนผู้บังคับใช้ยึดติดกับถ้อยคำมากกว่าการตีความตามเจตนารมณ์ ก็อาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบี้ยว หนังสือของ Ariely จึงช่วยชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาบรรทัดฐานทางตลาดหรือกฎเกณฑ์แบบแข็งตัวเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในการกำกับพฤติกรรมมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยภาพรวม Amazing Decisions เป็นหนังสือที่อ่านสนุก เข้าใจง่าย และไม่ลดทอนความจริงจังของเนื้อหาแม้จะมาในรูปแบบการ์ตูน จุดแข็งของมันอยู่ที่การทำให้ผู้อ่าน “ฉุกคิด” ต่อการตัดสินใจเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน และเชื่อมโยงไปสู่คำถามเชิงนโยบาย กฎหมาย และสถาบันทางสังคมได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้อ่านที่คุ้นเคยกับงานของ Dan Ariely อยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ทั้งหมด แต่เป็นเวอร์ชันที่เข้าถึงง่ายและชวนทบทวนงานเดิมในมุมที่เบาขึ้น ขณะที่สำหรับผู้อ่านทั่วไป นี่คือประตูบานหนึ่งที่พาเข้าสู่โลกของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมได้อย่างเป็นมิตร และน่าหยุดไฮไลต์หลายหน้าอย่างที่คุณรู้สึกจริง ๆ

นักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ และนักกฎหมาย

ได้อ่านบทความหนึ่งของ ดร. โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร ชื่อ “นักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ และนักกฎหมาย ซึ่งในบทความพูดเป็นภาพแทน (Stereotype) ของ 3 นักที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ โดยบางส่วนเป็นเนื้อหาที่มาจากปาฐกถาของ ดร.โยฮัน เกาตุง พูดถึงศาสตร์ 3 ศาสตร์ ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมคน

โดย ดร.โยฮัน เกาตุง ได้เปรียบเทียบนักเศรษฐศาสตร์เหมือนกับคนที่ถูกปิดตาทั้งสองข้างและให้เข้าไปในห้องมืดแล้วโยนแมวเข้าไปในห้องให้จับ​ นักเศรษฐศาสตร์ก็พยายามจับแมวเท่าไหร่ก็จับไม่ได้​เพราะถูกผ้าปิดตาเอาไว้​แถมห้องก็ยังมืดแต่ก็รีบไล่จับแมวอยู่นั่นเอง​ไม่เคยจับได้​แต่ก็ไม่ยอมเลิกจับ จนคนข้างนอกบอกให้เลิกจับ

ส่วนนักรัฐศาสตร์ซึ่งรวมทั้งพวกนักการเมืองเหมือนกับคนที่ถูกปิดตาไว้ให้จับแมวในห้องมืดเหมือนกัน แต่นักรัฐศาสตร์ผู้นั้นจะพยายามวิ่งไปวิ่งมาอยู่พักหนึ่ง และสักพักก็จะตะโกนบอกว่า “จับแมวได้แล้ว” แต่ไม่ยอมชูแมวให้ดู ซึ่งคนอุ้มแมวอยู่ก็จะตกใจ และตะโกนกลับไปว่า “ยังไม่ได้โยนแมวเข้าไปในห้องเลย” แต่นักรัฐศาสตร์ก็ยังยืนยันว่าเขาจับแมวได้แล้ว

ส่วนนักกฎหมายนั้นเหมือนคนที่ถูกปิดตา ให้เข้าไปจับแมวในห้องมืด หลังจากที่โยนแมวเข้าไปในห้องแล้ว นักนิติศาสตร์ผู้นั้นก็จะเช่นเดียวกันกับผู้อื่นคือ พยายามวิ่งไล่จับแมว แต่จับเท่าไหร่ก็จับไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามไล่จับอยู่นั้นเอง จนสักพักหนึ่งก็หยุด ดึงผ้าผูกตาออกแล้วตะโกนออกมาว่า “รู้แลัว จะออกกฎหมายให้แมวมามอบตัว”

ความน่าสนใจของบทความนี้อยู่ที่ว่า สิ่งที่ ดร.โกร่ง ต้องการสื่อเมื่อพูดถึง การพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องหนึ่งๆ โดยเปรียบเทียบวิธีแก้ปัญหาโดยอาศัยศาสตร์ทั้ง 3 ศาสตร์ข้างต้น คือ

นักเศรษฐศาสตร์ถูกล้อว่าไม่เคยแก้ปัญหาได้ หรือแก้ได้ก็ไม่ตรงจุด และไม่เคยลงรอยกันในระหว่างพวกเดียวกัน (ระหว่างเศรษฐศาสตร์แนวนีโอคลาสสิกกับแนวเคนส์)

ส่วนนักรัฐศาสตร์นั้นไม่มีอะไรทำไม่ได้ เพราะแม้ว่าขนาดแมวยังไม่ถูกปล่อยนักรัฐศาสตร์ก็สามารถบอกว่าทำได้ กล่าวคือ หลายเรื่องนั้นที่คิดว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องที่นักการเมืองหลอก (ลองนึกถึงเวลาที่นักการเมืองหาเสียงและสัญญาเอาไว้กับประชาชนเพื่อให้ได้คะแนนเสียงไป)

และนักกฎหมายมักชอบคิดว่า ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้โดยอาศัยการออกกฎหมายใช้บังคับ

แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่สิ่งที่คิดได้หลังจากการอ่านบทความนี้ คือ การอย่ามองปัญหาในเรื่องหนึ่งผ่านแว่นตาของศาสตร์ใดเพียงศาสตร์หนึ่ง แต่จะต้องมองผ่านแว่นตาโดยใช้วิธีการมองแบบสหวิชาการ เพื่อให้ในการมองหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องหนึ่งครอบคลุม และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดีที่สุด เพราะถ้าหากใช้เพียงศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งแล้ว ก็อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงๆ อย่างเช่น หากใช้โมเดลเศรษฐศาสตร์อย่างเดียว โดยปราศจากเจตจำนงค์ทางการเมืองแล้ว (Political Will) การแก้ไขปัญหาก็อาจไม่สำเร็จ เพราะขาดแรงสนับสนุนทางการเมือง หรือในขณะเดียวกันการอาศัยกฎหมายอย่างเดียวโดยปราศจากองค์ความรู้ทางด้านอื่น กลไกทางกฎหมายก็อาจจะบกพร่องและกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาไปในที่สุด และในท้ายที่สุดการอาศัยเพียงแค่เจตจำนงค์ทางการเมืองอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาสิ่งอื่นเลยสังคมก็อาจจะมีปัญหาทางการเมืองไม่จบไม่สิ้น