Rule บนเนยแข็ง

ชื่อหนังสือ: Rule บนเนยแข็ง

ผู้เขียน: กล้า สมุทวณิช

สำนักพิมพ์: มติชน

หนังสือ Rule บนเนยแข็ง เขียนโดย กล้า สมุทวณิช เป็นการรวบรวมบทความจากคอลัมน์ “คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง” ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันศุกร์ ลักษณะของหนังสือจึงมิใช่งานวิชาการเชิงระบบ หากแต่เป็นงานเขียนเชิงความคิดที่ใช้ “กฎหมาย” เป็นจุดตั้งต้นในการสนทนากับสังคม การเมือง และชีวิตประจำวัน ผ่านภาษาที่เข้าถึงง่าย แต่แฝงด้วยคำถามเชิงหลักการที่จริงจัง

บทต่าง ๆ ในหนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่ชวนผู้อ่านตั้งคำถามต่อสิ่งที่มักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในระบบกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศีลธรรม อำนาจรัฐกับเสรีภาพของปัจเจก หรือบทบาทของกฎหมายในการกำหนดคุณค่าในสังคม ตัวอย่างหนึ่งที่เด่นชัดคือการอภิปรายว่าด้วยสถานะของ “สัตว์” ในทางกฎหมาย ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นพัฒนาการของแนวคิดจากการมองสัตว์เป็นเพียงทรัพย์สินของมนุษย์ ไปสู่การมองสัตว์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีและสิทธิในระดับหนึ่ง การเปลี่ยนผ่านทางความคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายมิได้หยุดนิ่ง หากแต่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของศีลธรรมและจิตสำนึกทางสังคม

ในหลายบทความ ผู้เขียนใช้เหตุการณ์ร่วมสมัยและกรณีทางการเมืองเป็นฉากหลังในการอธิบายหลักกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น หลักนิติรัฐ (rule of law) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือขอบเขตอำนาจของรัฐ วิธีการเขียนเช่นนี้ทำให้กฎหมายหลุดพ้นจากภาพของกฎเกณฑ์ที่แห้งแล้ง และกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ดี หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เสนอคำตอบตายตัว หากแต่เปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านคิดต่อ ตั้งคำถาม และอาจไม่เห็นด้วยกับผู้เขียนได้ นี่คือเสน่ห์สำคัญของงานเขียนแนวคอลัมน์ที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเล่ม

ชื่อหนังสือ Rule บนเนยแข็ง เองก็สะท้อนท่าทีของผู้เขียนต่อกฎหมายได้อย่างคมคาย “Rule” ในที่นี้มิได้หมายถึงหลักนิติรัฐในเชิงอุดมคติที่ตั้งมั่นอยู่บนฐานอันแข็งแรง หากแต่เป็นกฎหมายที่วางอยู่บน “เนยแข็ง” ซึ่งพร้อมจะละลาย เปลี่ยนรูป หรือบิดเบี้ยวได้ตามอุณหภูมิทางการเมืองและอำนาจ หนังสือจึงชวนให้ตั้งคำถามว่า กฎหมายที่เรายึดถืออยู่นั้นมั่นคงเพียงใด และใครเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการละลายของมัน

Rule บนเนยแข็ เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่สนใจมองกฎหมายในฐานะปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมือง มากกว่าจะมองกฎหมายเป็นเพียงตัวบทหรือเทคนิคทางวิชาชีพ แม้จะไม่ใช่งานวิชาการเข้มข้น แต่คุณค่าของหนังสืออยู่ที่การทำให้กฎหมาย “พูดได้” ในพื้นที่สาธารณะ และกระตุ้นให้ผู้อ่านตั้งคำถามต่อความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ กฎหมาย และความเป็นธรรมในสังคมไทยอย่างไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำเร็จรูป