การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางในการเปิดเผยชื่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่กระทําความผิดจรรยาบรรณ

ชื่องานวิจัย: การศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางในการเปิดเผยชื่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่กระทําความผิดจรรยาบรรณ

ผู้วิจัย: ศ.ดร.สหธน รัตนไพจิตร และเขมภัทร ทฤษฎิคุณ

รายงานวิจัยนำเสนอต่อ: นายกสภาวิชาชีพบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

บทคัดย่อ

รายงานการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์กรอบทางกฎหมาย และเสนอแนวทางเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเปิดเผยชื่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่กระทำความผิดจรรยาบรรณ โดยมุ่งพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจของสภาวิชาชีพบัญชีในฐานะองค์กรกำกับดูแลวิชาชีพกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกลงโทษภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล งานศึกษานี้ตั้งอยู่บนข้อสังเกตว่า แม้การเปิดเผยชื่อจะมีศักยภาพเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบวิชาชีพบัญชี แต่ในขณะเดียวกันก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัว ชื่อเสียง และโอกาสในการประกอบอาชีพของผู้ถูกลงโทษ หากขาดกรอบกำกับที่เหมาะสม

การศึกษานี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมาย การตีความบทบัญญัติของกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมจรรยาบรรณและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบกับการศึกษาแนวคิดเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการกำกับดูแลวิชาชีพ การลงโทษทางจรรยาบรรณ และการเปิดเผยข้อมูลในฐานะกลไกคุ้มครองสาธารณะ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษากรณีเปรียบเทียบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร เพื่อถอดบทเรียนเกี่ยวกับเงื่อนไขและหลักประกันในการเปิดเผยชื่อผู้ถูกลงโทษทางจรรยาบรรณ

ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายไทยมิได้ห้ามการเปิดเผยชื่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่กระทำความผิดจรรยาบรรณโดยเด็ดขาด หากแต่กำหนดให้การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องอยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมาย ความจำเป็น และความได้สัดส่วน โดยสามารถอาศัยฐานประโยชน์สาธารณะเป็นเหตุรองรับการประมวลผลข้อมูลได้  ทั้งนี้ การอ้างประโยชน์สาธารณะมิได้มีผลตัดทอนสิทธิของเจ้าของข้อมูล หากแต่เป็นการกำหนดให้การใช้อำนาจต้องอยู่ภายใต้กรอบของการให้เหตุผล การตรวจสอบ และการจำกัดขอบเขตอย่างเหมาะสม รายงานฉบับนี้เสนอว่า การเปิดเผยชื่อผู้ถูกลงโทษทางจรรยาบรรณไม่ควรถูกกำหนดเป็นมาตรการเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน อาทิ การกำหนดวัตถุประสงค์ของการเปิดเผย ขอบเขตของข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ ระยะเวลาในการเปิดเผย ช่องทางการสื่อสาร รวมถึงหลักประกันด้านสิทธิของผู้ถูกลงโทษและกลไกการควบคุมดูแลและการเยียวยา เพื่อป้องกันไม่ให้การเปิดเผยข้อมูลแปรสภาพเป็นการลงโทษแฝงหรือการประจานบุคคล รายงานจึงเสนอให้สภาวิชาชีพบัญชีตราข้อบังคับว่าด้วยการเปิดเผยชื่อผู้ถูกลงโทษทางจรรยาบรรณ เพื่อทำหน้าที่เป็นกรอบกำกับการใช้อำนาจให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับหลักนิติรัฐ ความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทของประเทศไทย

คำสำคัญ: สภาวิชาชีพบัญชี การเปิดเผยชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การศึกษาสถานะทางกฎหมายและความรับผิดของคณะกรรมการจรรยาบรรณในกฎหมายไทย: ศึกษาบทบาทในการควบคุมดูแลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ชื่องานวิจัย: การศึกษาสถานะทางกฎหมายและความรับผิดของคณะกรรมการจรรยาบรรณในกฎหมายไทย: ศึกษาบทบาทในการควบคุมดูแลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ผู้วิจัย: ศ.ดร.สหธน รัตนไพจิตร และเขมภัทร ทฤษฎิคุณ

รายงานวิจัยนำเสนอต่อ: นายกสภาวิชาชีพบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถานะและความรับผิดทางกฎหมายของคณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิชาชีพบัญชีภายใต้กฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว และพิจารณาผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจดังกล่าวในมิติต่าง ๆ การศึกษานี้อาศัยการวิเคราะห์บทบัญญัติของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เป็นหลัก ควบคู่กับการศึกษาเปรียบเทียบกับคณะกรรมการมรรยาททนายความ และแนวคิดในกฎหมายต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีของประเทศอังกฤษ เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการจัดวางการกำกับดูแลจรรยาบรรณวิชาชีพในระบบกฎหมายที่แตกต่างกัน

ผลการศึกษาพบว่า ในบริบทของกฎหมายไทย คณะกรรมการจรรยาบรรณของสภาวิชาชีพบัญชีถูกจัดวางให้ทำหน้าที่ในลักษณะของการใช้อำนาจทางกฎหมายมหาชน แม้จะสังกัดองค์กรวิชาชีพที่มิใช่หน่วยงานของรัฐโดยตรงก็ตาม เนื่องจากกฎหมายได้มอบหมายอำนาจเชิงบังคับในการควบคุมกำกับการประกอบวิชาชีพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิในการประกอบอาชีพของบุคคลโดยตรง ลักษณะดังกล่าวทำให้การกระทำของคณะกรรมการจรรยาบรรณอยู่ภายใต้กรอบความรับผิดตามกฎหมายมหาชน โดยเฉพาะความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และความรับผิดทางอาญาในฐานะเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อเปรียบเทียบกับคณะกรรมการมรรยาททนายความ พบว่าทั้งสององค์กรมีสถานะทางกฎหมายและลักษณะของอำนาจหน้าที่ในเชิงหลักการที่สอดคล้องกัน กล่าวคือ ต่างเป็นคณะกรรมการภายใต้องค์กรวิชาชีพซึ่งได้รับมอบหมายอำนาจจากรัฐให้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ และถูกจัดวางให้อยู่ภายใต้กรอบความรับผิดทางกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ความแตกต่างที่ปรากฏจึงเป็นเพียงรายละเอียดในทางปฏิบัติ มิใช่ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างของสถานะและความรับผิดทางกฎหมาย

ในทางตรงกันข้าม กรณีของประเทศอังกฤษสะท้อนรูปแบบการกำกับดูแลวิชาชีพที่ตั้งอยู่บนฐานของความสัมพันธ์ทางกฎหมายเอกชนระหว่างองค์กรวิชาชีพกับสมาชิก โดยการควบคุมจรรยาบรรณมิได้ถูกจัดวางให้เป็นการใช้อำนาจทางปกครองโดยตรง ความแตกต่างดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ปัญหาความรับผิดขององค์กรวิชาชีพมิใช่ประเด็นเชิงเทคนิคของกฎหมายแต่ละประเทศ หากแต่เป็นผลจากการออกแบบโครงสร้างอำนาจและสถานะทางกฎหมายขององค์กรควบคุมวิชาชีพในแต่ละระบบกฎหมาย ดังนี้ จะเห็นได้ว่ากรอบความรับผิดของคณะกรรมการจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีในกฎหมายไทยถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้อำนาจทางกฎหมายมหาชน โดยการใช้ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่เป็นกลไกหลัก และการจำกัดความรับผิดทางอาญาไว้สำหรับกรณีการใช้อำนาจโดยไม่สุจริตหรือฝ่าฝืนหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งสะท้อนความพยายามของกฎหมายในการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้เสียหายกับการคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

คำสำคัญ: ความรับผิดของคณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาวิชาชีพบัญชี องค์กรวิชาชีพ